เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบไทย ๆ


เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบไทย ๆ

ประเทศไทยจะเริ่มจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เมื่ออายุครบ 60 ปี โดยจะได้รับเงินต้อนรับวัยชราที่ 600 บาทต่อเดือน และได้จะรับเงินเพิ่ม 100 บาท ในทุก ๆ 10 ปี และถ้าใครที่สามารถใช้ชีวิตถึงอายุ 90 ปี รัฐจะเพิ่มเงินให้พิเศษเป็น 1,000 บาท/คน/เดือน นั้นหมายความว่าคุณจะต้องใช้ชีวิตอีก 30 ปี เพื่อจะได้เงินจากรัฐเพิ่มขึ้นอีก 400 บาท กล่าวคือ 10 ปีแรกของวัยสูงอายุคุณจะได้เบี้ยยังชีพปีละ 7,200 บาท หรือมากที่สุดตอนอายุ 90 ปี คือ 12,000 บาทต่อปีเท่านั้น

ในขณะที่ประเทศรัฐสวัสดิการ เช่น นอร์เวย์จะให้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขั้นต่ำ 45,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่สวีเดนให้เบี้ยยังชีพสูงสุดอยู่ 130,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้ผู้สูงอายุนำเงินเหล่านี้ไปใช้หาความสุขแก่ชีวิตหลังจากที่ได้ผ่านการเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ

จากจำนวนเงินเมื่อนำไปเทียบกับเส้นความยากจน ซึ่งจำนวนเงินที่ผู้สูงอายุของไทยได้รับนั้นน้อยกว่าเส้นความยากจนอยู่ที่ 4-5 เท่าตัว (จนของจนของจน) ได้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐไทยไม่ได้ดูแลเพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ได้อย่างมี “คุณภาพชีวิตที่ดี” แต่มอบเงินเพียงคิดว่า “แค่ให้พออยู่ได้” และผลักภาระการดูแลทางเศรษฐกิจที่เหลือให้เป็นภาระของลูกหลาน ทั้ง ๆ ที่ครั้งหนึ่งคนเหล่านี้ก็เคยเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ และเป็นผู้จ่ายภาษีตลอดมา

เมื่อย้อนกลับไปดูนโยบายหาเสียงเบี้ยผู้สูงอายุของพรรคการเมืองต่าง ๆ เราจะเห็นข้อเสนอของแต่ละพรรคดังนี้

พรรคประชาธิปัตย์ เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาท/เดือน

พรรคพลังประชารัฐ 1,000 บาท/เดือน

พรรคอนาคตใหม่ 1,800 บาท/เดือน

พรรคเศรษฐกิจใหม่ 3,000-5,000 บาท/เดือน

พรรคเพื่อไทยปรับเบี้ยผู้สูงอายุตามสภาพเศรษฐกิจ

ในขณะนี้การเลือกตั้งก็ผ่านไป อีกหนึ่งเดือนก็จะครบ 2 ปี ทั้ง ๆ ที่นโยบายนี้ตอนหาเสียงเลือกตั้งก็ดูเหมือนว่าทุกพรรคจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องยากถ้าจะดำเนินการ แต่ก็นะ เวลาได้ล่วงเลยมาจนเกือบจะ 2 ปีแล้ว...

ดู 19 ครั้ง0 ความคิดเห็น