รีวิวหนัง Goodbye Lenin กับรัฐสวัสดิการเยอรมัน



หนังสัญชาติเยอรมมีแนว Drama – Comedy เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ Wolfgang Becker ที่มีการอิงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศเยอรมัน คาบเกี่ยวในยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ อย่างเรื่องราวของสัญลักษณ์ของการแบ่งแยกยุโรปอย่าง Berlin Wall หรือเรียกขานอีกชื่อได้ว่า “ม่านเหล็ก (iron curtain)” ซึ่งเดิมเป็นรั้วลวดหนามสูงราว ๆ 1.83 เมตร ก่อนจะกลายมาเป็นกำแพงสูงใหญ่สร้างจากอิฐสูงราว 4 เมตร ตลอดระยะทางยาวกว่า 150 กิโลเมตร และมีหอคอยเฝ้าสังเกตการณ์กว่า 300 แห่ง ตั้งตระหง่านอยู่ซึ่งเป็นการแบ่งกั้นระหว่างภูมิศาสตร์เขตแดนของฝั่งเบอร์ลินตะวันออกที่ถูกควบคุมโดยสหภาพโซเวียต และดินแดนเบอร์ลินฝั่งตะวันตกที่เต็มไปด้วยการครอบงำของสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสในประเทศเยอรมมี แบ่งแยกผู้คนออกเป็นสองฝั่ง ความสัมพันธ์อันเป็นทั้งคนรัก ครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือมิตรสหายก็ต่างถูกกำแพงนี้ขีดเส้นแบ่ง ไม่เพียงเท่านั้นสิทธิ เสรีภาพ วัฒนธรรม ค่านิยม อุดมการณ์ความคิดรวมถึงความอิสระอันเป็นไปตามพื้นฐานแห่งการดำรงชีพของมนุษย์ทุกคนก็ถูกกั้นแบ่งไปด้วย


หนังเรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวผ่านความสัมพันธ์ครอบครัวเล็ก ๆ ของ Alex ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินฝั่งเยอรมันตะวันออก โดยที่ Alex จะอาศัยอยู่กับ Christiane ผู้เป็นแม่ และพี่สาวของเขา เหตุการณ์ต่าง ๆ เริ่มต้นจากเมื่อเขายังเป็นเด็ก ในยามที่เขานั่งดูโทรทัศน์อยู่กับพี่สาวในบ้านในระหว่างนั้นเองก็มีชายแปลกหน้าสองคนเข้ามาสอบสวนแม่ของเขา เนื่องจากพ่อของ Alex ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าหนีไปอยู่แผ่นดินเยอรมันฝั่งตะวันตก เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ Christiane เผชิญกับสภาวะซึมเศร้าอย่างหนักผิดปกติ ไม่ยอมพูดจากับใครแม้แต่กับลูก ๆ จนเธอถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน อาการของ Christiane ก็กลับมาเป็นปกติราวกับไม่เคยประสบเหตุการณ์ครั้งนั้น รวมถึงมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปด้วยนั่นคือ เธอมีอุดมการณ์สังคมนิยมที่ชัดเจนและแรงกล้าขึ้นเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เธอแต่งงานใหม่กับคนที่เป็นผู้ฝักใฝ่ในคอมมิวนิสต์เช่นกัน แต่หนังก็ไม่ได้ลงรายละเอียดถึงตรงประเด็นนี้มากนัก เป็นเวลา 10 ปีให้หลัง Christiane ก็ได้ผันตัวมาเป็น Socialist Activist อย่างเต็มตัว เธออุทิศตนในการสอนเด็ก ๆ ให้ฝักใฝ่ในอุดมการณ์ และให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่เธอจะช่วยได้แก่ผู้เดือดร้อนในสังคมด้วยความหวังว่าจะเป็นส่วนช่วยให้สังคมเท่าเทียมกันเหมือนโลกในอุดมคติที่เธอคิดฝัน จนเธอเองได้รับรางวัลจากการเป็นพลเมืองที่ดีอยู่หลายต่อหลายครั้ง ในช่วงเดือนตุลาคมปี 1989 นั้นเอง ถือเป็นวันชาติ Christina ก็ได้รับรางวัลนี้เหมือนเช่นเคย ระหว่างทางที่เธอกลับบ้านรถคันที่เธอนั่งก็ได้เผชิญเข้ากับฝูงชนจำนวนมากที่กำลังเดินประท้วงเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตย กำลังปะทะอยู่กับกลุ่มตำรวจปราบจลาจล เธอจึงลงจากรถเพื่อเดินดูสถานการณ์และพบเข้ากับลูกชายของเธอ Alex เป็นหนึ่งในผู้ประท้วงที่ถูกตำรวจจับกุมอยู่ เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เธอเผชิญกับสภาวะช็อค จนเธอหมดสติและล้มลงต่อหน้าต่อตาของ Alex อาการของ Christiane เข้าขั้นวิกฤต เธอนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราเป็นเวลา 8 เดือนในโรงพยาบาล โดยมี Alex และพยาบาลสาวที่กลายเป็นคนรักของ Alex ในเวลาต่อมาคอยดูแลเธออย่างใกล้ชิด ช่วงเวลา 8 เดือนนับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมากเมื่อเทียบกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทั้งตัว Alex และพี่สาวของเขา รวมถึงในแผ่นดินเยอรมัน ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่แทรกซึมอยู่ในเนื้อเรื่องและเป็นจุดสำคัญของหนังนั่นคือ การที่ Berlin Wall ทลายลง ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการหลั่งไหลของผู้คน วัฒนธรรม กระแสนิยม และแนวคิดทุนนิยมเสรีเข้ามาสู่ฝั่งตะวันออก มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยครั้งแรก การล่มสลายของแนวคิดแบบสังคมนิยม และแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์เดิมที่ผู้คนฝั่งตะวันออกคุ้นเคยต้องผ่ายแพ้ไป เกิดการอพยพของผู้คนจากทั้งสองฝั่งตะวันออก – ตะวันตก ความเจริญจึงไม่ใช่แค่ความฝัน การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้เสมือนเป็นการพลิกวิถีชีวิตของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง จนมาวันหนึ่ง Christiane ได้ฟื้นขึ้นและอาการของเธอดีขึ้นเรื่อย ๆ หมอกำชับกับ Alex ว่าหาก Christiane ได้รับการกระทบกระเทือนจิตใจอีกเป็นครั้งที่สองเธออาจเสียชีวิตได้ Alex จึงได้จัดฉากราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างยังเป็นเหมือนในยุคที่แม่เขาเคยอยู่ ทุนนิยม เสรีภาพ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ Alex เคยโหยหา แต่สิ่งเหล่านี้กลับสามารถพรากแม่เขาไปได้ทุกเมื่อ


สินค้าต่าง ๆ ในการใช้สอยมีมากมายและเป็นสมัยนิยมทำให้ผู้คนได้เลือกสรร แต่สำหรับคนรุ่นก่อน ทุนนิยมเหมือนทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกับติดอยู่ในห้วงเวลาอดีตและกำลังถูกลืม เห็นได้จากฉากที่ Alex กำลังตามหาขวดแตงกวาดองยี่ห้อที่แม่ของAlex ชื่นชอบและต้องการจะกิน เขาจึงต้องไปตามหาโหลบรรจุภัณฑ์สินค้ายุคคอมมิวนิสต์มาเพื่อแม่ ระหว่างที่ Alex กำลังคุ้ยกองขยะอยู่นั้นก็ได้พบกับชายชราแล้วเขาก็ได้พูดตัดพ้อกับ Alex ว่าเพราะพวกเขา(กระแสของโลกฝั่งตะวันตก) เราถึงต้องเป็นแบบนี้ ละยังมีสินค้าอุปโภค บริโภคอีกมากมายที่ Alex ลอกเอา Sticker สินค้ายุคใหม่ออกแล้วใส่ในบรรจุภัณฑ์เดิมที่แม่คุ้นตา รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้านสไตล์เยอรมันตะวันออกเดิมที่ Alex กับพี่สาวช่วยกันนำกลับมาตกแต่งบ้านให้คล้ายเดิมด้วย มากไปกว่านั้นด้วยความรักมากล้นที่ Alex และพี่สาวมีต่อแม่ของพวกเขา จึงทำให้ Alex และเพื่อนร่วมงานได้ช่วยกันอุปโลกน์รายการข่าวปลอมในยุคสมัยเดิมให้ Christiane ได้ดูอีกด้วย การสร้างวังวนเดิมที่ครอบครัวช่วยกันสร้างขึ้นเพื่อปลอบปะโลมใจ Christiane แม่ของพวกเขาทำให้เธอไม่ระแคะระคายต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดภายนอกบ้าน จนในที่สุด Alex และพี่สาวเองก็ได้ล่วงรู้ความจริงจากปากของ Christiane ผู้เป็นแม่ว่าพ่อนั้นแค่ย้ายไปที่เมืองอื่นเพื่อที่จะรอเธอกับลูก ๆ ตามไปทีหลัง พ่อของพวกเขาได้แต่รอพร้อมทั้งยังส่งจดหมายมาหาไม่เคยขาดแต่แม่ได้เก็บซ่อนมันไว้ แม้แต่ Alex และพี่สาวเขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน


Goodbye Lenin! ตามทัศนะของผู้เขียนนั้น เป็นเหมือนหนังที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่อบอวลรวมถึงให้ความรู้สึกที่หลากหลาย และเต็มไปด้วยการเล่าเรื่องอันแฝงไปด้วยสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในห้วงเวลาทางประวัติศาสตร์ได้อย่างแยบยลและสวยงาม แต่หากลองพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว รูปแบบการเล่าเรื่องสามารถตีความได้ในอีกรูปแบบหนึ่งได้เช่นเดียวกัน เรื่องราวของ Goodbye Lenin! กับเรื่องราวทางการเมืองของประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นน่าสนใจที่ผู้เขียนพอจะจินตนาการออก อนุสรณ์จากสงครามอย่าง Berlin Wall ก็เทียบได้กับอคติที่การเมืองสองฝั่งสองฝ่ายทั้งกลุ่มอนุรักษนิยมและเสรีนิยมในไทยมีต่อกัน โดยต่างฝ่ายต่างใช้อารมณ์เข้ามาเป็นส่วนผสมและควบคุมผู้คน และมีกำแพงอคติอันเป็นสิ่งแบ่งแยกความเข้าใจระหว่างทั้งสองฝ่าย ทำให้การเมืองจากทั้งสองฝั่งหาจุดร่วมในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความเชื่อใจต่อกันไม่ได้เสียที การพัฒนาจึงเกิดช้าหรือบางช่วงก็ถึงกับหยุดชะงักในที่นี้ผู้เขียนหมายรวมไปถึงการผลักดันให้เกิดรัฐสวัสดิการขึ้นในสังคมด้วย การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองหลายครั้งชี้ให้เห็นได้ชัดว่าการเมืองไทยนั้นไม่มีเสถียรภาพ ฝ่ายอนุรักษนิยมมักมีภาพมโนทัศน์ต่อการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นสิ่งที่ยากเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือได้ จึงมักใช้ความรู้สึกอย่างความกลัวหรือหยิบยกข้ออ้างต่อความพยายามจะก้าวหน้าด้วยการสร้างความกลัวและอ้างเรื่องความมั่นคงปลอดภัยเสมอ ในการควบคุมผู้คนให้อยู่ใต้อาณัติ สัญญะของความเป็นกำแพงนี้จึงเป็นเสมือนภาพแทนของ ‘มายาอคติ’ ที่ฝ่ายขวามีต่อความเปลี่ยนแปลงที่ฝ่ายซ้ายพยายามเรียกร้องให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำรัฐประหารในปี 2549 ที่พยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงให้บ้านเมืองถดถ้อยไปในยุคก่อนมีรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ การรัฐประหารในปี 2557 เองก็ตามที่เป็นภาพสะท้อนต่อการไม่ยอมรับความพ่ายแพ้จึงหาทางที่จะควบคุมชัยชนะและอำนาจตามเดิม ความคุ้นชินที่ฝ่ายขวาไทยพยายามรักษาอำนาจไว้ทำให้การปกครองเต็มไปด้วยการใช้อำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากขึ้น และส่งผลให้เกิดการใช้ความรุนแรงของรัฐในระดับที่มากกว่าปกติ โดยสัญลักษณ์จากหนัง Goodbye Lenin! เมื่อเทียบให้แล้วฝ่ายขวาก็คงจะเป็นเหมือน Christiane แม่ผู้รักในระบอบ อุทิศตนเพื่อชาติ อ่อนไหว และยากที่จะยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม มากไปกว่านั้นฝ่ายขวาในไทยยังมีคุณลักษณะเด่นคือ การเชื่อมโยงและเชิดชูความเป็นชาติ และกษัตริย์ได้อย่างเห็นชัดเจนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากพรรคการเมืองใดหรือมีรูปแบบการบริหารในแบบใดก็ตาม รวมถึงมีข้อได้เปรียบในการควบคุมอำนาจในไทยได้ครบทั้งสามส่วนได้แก่ บริหาร ตุลาการและนิติบัญญัติ มีอำนาจในการควบคุมผลลัพธ์ทางการเมืองได้ โยงไปถึงอำนาจมิติที่สามอย่างสื่อและในเรื่องของศาสนาอีกด้วย


ในอีกทางหนึ่งการเมืองฝ่ายซ้ายซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกันนั้นก็เป็นเหมือนภาพแทนของพ่อ ที่บางฉากของหนังบอกเล่าว่าเขามีบ้านหลังใหญ่ มีรถขับหรือภาพแทนของดินแดนเยอรมนีฝั่งตะวันตก มีความเจริญก้าวหน้า มีเศรษฐกิจดี ประชาชนไม่อดอยาก มีกินมีใช้ มีทางเลือกในชีวิตที่มากอย่างเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงการมีระบบการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ทำให้คนมีสิทธิเสรีภาพมากกว่า ทุกสิ่งล้วนเป็นมโนทัศน์ที่ฝั่งเยอรมนีตะวันออกหรือเป็นเรื่องยากที่ฝ่ายขวาจะเข้าใจและยอมรับได้ ตัว Alex อันเป็นภาพแทนของคนรุ่นใหม่ฝักใฝ่อิสระ สิทธิเสรีภาพที่มีแนวคิดเอนไปทางซ้ายจะเห็นได้จากการที่เขาเข้าร่วมการเดินประท้วงเรียกร้องเสรีภาพก่อนที่แม่จะมาพบเข้า แล้วแม่รับไม่ได้จึงมีอาการช็อค ตรงนี้ก็เป็นเหมือนจุดที่บอกถึงลักษณะเด่นของการเมืองฝ่ายซ้ายในไทยที่มีคนรุ่นใหม่เป็นกำลังในการขับเคลื่อนสังคม เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง อาทิ ด้านการแก้รัฐธรรมนูญ ด้านระบบกฎหมาย และด้านสถาบันฯ ตามไทม์ไลน์ของหนังบอกเล่าถึงจุดร่วมในตอนที่หนังใกล้จะจบ ในช่วงที่ Christiane ผู้เป็นเปิดใจรับฟังและยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น สิ่งนี้เองก็ทำให้เธอมองเห็นถึงความพยายามของ Alex ที่มีต่อเธอ และรับรู้ถึงสารที่ Alex พยายามจะสื่อได้โดยง่าย นำมาซึ่งความเข้าใจซึ่งกันและกันในความสัมพันธ์ของตัวละครด้วย ความเข้าใจและความเชื่อใจเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการเปลี่ยนและพัฒนาไปข้างหน้า แม้มันอาจจะยาก ต้องใช้ความพยายามและใช้เวลาก็ตาม เช่นเดียวกับรัฐสวัสดิการ หัวใจของรัฐสวัสดิการความเชื่อใจ บวกกับต้องอาศัยความเข้าใจและใช้เวลา สุดท้ายแล้ว เมื่อฐานของความเชื่อใจระหว่างการเมืองไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตามและภาคประชาชนแข็งแรงก็จะสามารถผลักดันให้เกิดรัฐสวัสดิการที่ดีขึ้นได้ในสังคมได้


กชกร เมฆศิรินภาพงศ์ เขียน



อ้างอิง

- ธีปนันท์ เพ็ชร์ศรี. (2547). GOOD BYE LENIN! : ประเทศเล็กๆ ที่ไม่มีอยู่จริง. สืบค้นจาก https://mgronline.com/entertainment/detail/9470000025835

- BBC News. (2018). กำแพงเบอร์ลิน : 13 ส.ค. 1961 ชาวเบอร์ลินตื่นมาพบกับกำแพงที่แบ่งเมืองออกเป็นสองฝ่าย. สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/features-45166550

- BBC News. (2019). กำแพงเบอร์ลิน : ครบรอบ 30 ปี การล่มสลายของม่านเหล็กที่แยกเยอรมนีออกจากกัน. สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/international-50335890

- Heiduschke Sebastian. (2012, March 15th). Good Bye Lenin [Video file]. Retrieved from https://media.oregonstate.edu/media/t/0_667cgsem?fbclid=IwAR25ZmlHFZYG4M3TtAFfFomcsWnKUte7FL9e3zNisDbdw1BebARDg_5Bkx0

- Kritdikorn Wongsawangpanich. (2020). ฝ่ายขวาผู้ใช้ความกลัว และฝ่ายซ้ายผู้ใช้ความโกรธ : การเมืองเรื่องความกลัวและความโกรธ. สืบค้นจาก https://thematter.co/thinkers/politics-of-fear-and-anger/121637

- Minimore. (2019). Good Bye Lenin! ความหวังของคนรุ่นใหม่ ความสิ้นหวังของคนรุ่นเก่า. สืบค้นจาก https://minimore.com/b/0y4ko/28

- Niklas Stoehr & Jörg Friedrichs. (n.d.). Fear-anger cycles: Governmental and populist politics of emotion. Retrieved from https://www.qeh.ox.ac.uk/content/fear-anger-cycles-governmental-and-populist-politics-emotion


ดู 262 ครั้ง0 ความคิดเห็น