ประชาธิปไตยสังคมนิยม ของชีวิตง่าย ๆ สไตล์ “ฮุกกะ” ฮุกกะ (Hygge)


ประชาธิปไตยสังคมนิยม ของชีวิตง่าย ๆ สไตล์ “ฮุกกะ” ฮุกกะ (Hygge)


ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบเดนมาร์กกลายเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในนามของการออกแบบบ้านที่มอบความรู้สึกอบอุ่น สุขสบาย และผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัย แต่ความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคงปลอดภัยทางจิตใจของความฮุกกะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่การกลิ่นหอมจากเทียนที่จุดเท่านั้น แต่เกิดขึ้นด้วย “ประชาธิปไตยสังคมนิยม (Social democracy)” ที่ทุนนิยมทั่วไปไม่สามารถให้ได้ . ในหนังสือเรื่อง The little book of Hygge: Danish Secret to Happy Living นักเขียน Meik Wiking เขียนไว้ว่า “ฮุกกะคือบรรยากาศและประสบการณ์ มากกว่าสิ่งของที่จับต้องได้ มันคือการได้อยู่กับคนที่เรารัก เป็นความรู้สึกเหมือน ‘บ้าน’ ความรู้สึกปลอดภัย กั้นออกจากโลกของความเป็นจริงและทำให้เราผ่อนคลายไร้กังวล” . คุณสามารถรู้สึกฮุกกะได้ทุกเวลา แต่สำหรับคนเดนนิชแล้วความรู้สึกนี้จะมาพร้อมกับเทศกาลคริสมาสต์อย่างขาดกันไม่ได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ ฮูกกะลี่ (hyggelig มีความสุขและอบอุ่น ) เมื่อถามคนเดนนิชว่าอะไรที่ฮุกกะที่สุดบ้าง พวกเขาจะตอบแบบเรียงความสำคัญว่า เครื่องดื่มอุ่นๆ เทียนไข เตาผิง วันคริสมาสต์ บอร์ดเกม เพลง วันหยุด ของหวานและเค้กการทำอาหาร และหนังสือ 7 ใน 10 ของคนเดนมาร์กกล่าวว่าความรู้สึกฮุกกะสัมผัสได้ดีที่สุดที่บ้าน และพวกเขายังมีตั้งชื่อให้กับมันว่า “เยมมะฮุกกะ


(hjemmehygge)” หรือรู้สึกฮุกกะที่บ้าน . คนแสกนดิเนเวียไม่ได้มีสิ่งเหล่านี้เพราะว่าเขาให้ค่ากับมันว่ามากกว่าคนประเทศอื่นๆ หรือเหตุผลทางวัฒนธรรมที่มีมาโดยกำเนิด เปลี่ยนแปลงไม่ได้ และเป็นสิ่งที่เราเข้าไม่ถึง เพราะคนทั่วโลกล้วนให้ความสำคัญกับเวลาว่าง มิตรภาพ และความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย สิ่งที่คนสเกนดิเนเวียมีคือระบบเศรษฐกิจและสังคมที่สอดคล้องและให้ความสำคัญกับคุณค่าเหล่านั้น ซึ่งระบบนั้นคือประชาธิปไตยสังคมนิยม . เดนมาร์กไม่ใช่ประเทศสังคมนิยม แต่เช่นเดียวกับเพื่อนบ้านอย่างสวีเดน พวกเขาทำให้อุตสาหกรรมเข้าใกล้กับการกลายเป็นของสาธารณะในปี 1970s ได้ ซึ่งความพยายามเหล่านั้นขับเคลื่อนโดย “สหภาพ การเคลื่อนไหวของมวลชน และพรรคฝ่ายซ้าย” จากบทความของ แอนเดรียส มูลเลอร์ มูลเวลด์ และ รูน มูลเลอร์ สตอฮ์ล ในจาโคแบง (https://jacobinmag.com/2018/10/denmark-welfare-state-socialism-nordic-model-regan/) “ไม่ใช่พวกชนชั้นนำน้ำใจงามที่ค่อยๆชั่งน้ำหนักสองทางเลือกก่อนที่จะเลือกทางสว่างที่ผสมผสานระหว่างทุนนิยมและสังคมนิยม แต่คือพลังของมวลชนที่ออกแบบและผลักดันโมเดลเศรษฐกิจแบบนอร์ดิก พวกเขาคือเบื้องหลังของการทำให้ประเทศนอร์ดิกกลายเป็นประเทศที่มีความสุขและเป็นประชาธิปไตยที่สุดในโลก” .


การปกป้องผลประโยชน์ของเหล่านายทุนอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูได้หยุดการรวมตัวกันของคนในสแกนดิเนเวียจากการรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมนิยม และผลของความพยายามของพวกเขาได้กลายเป็นการประนีประนอมอย่างละเอียดรอบคอบ ภาคส่วนเอกชนยังคงอยู่ แต่ภาษีนั้นถูกเก็บในอัตราก้าวหน้าและถ้วนหน้า ประเทศใช้เงิน 55 เปอร์เซนต์ของ GDP ลงกับสาธารณะ จนเดนมาร์กกลายเป็นรัฐบาลที่ใช้งบประมาณต่อจำนวนประชากรมากที่สุดอันดับที่ 3 ของโลก ในขณะเดียวกัน อำนาจของนายจ้างก็ถูกตรวจสอบโดยสหภาพแรงงานที่แข็งแกร่งอยู่บางส่วน ซึ่งมีคนเดนนิชสองในสามเป็นสมาชิก งบประมาณสาธารณะทั้งหมดจะกลายเป็นงบของรัฐสวัสดิการ ที่ทุกคนลงทุน และทุกคนได้รับผลตอบแทน รูปแบบเศรษฐกิจที่เชื่อในความเสมอภาค ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ และทำให้คนร่วมมือกันทำให้ค่านิยมที่เชื่อมโยงกับความฮุกกะนั้นเติบโตได้ และยังทำให้คนทั่วไปมีโอกาสมากขึ้นที่จะใช้ชีวิตแบบฮุกกะ ในประเทศเดนมาร์ก การรักษาพยาบาลนั้นฟรีสำหรับการบริการ เช่นเดียวกับการศึกษา ที่ฟรีไปจนถึงระดับปริญญาตรีหรือแม้แต่ปริญญาโท ร้อยละ 20 ของบ้านที่มีอยู่คือบ้านของชุมชน ที่บริหารจัดการและสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลแต่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนเป็นเจ้าของ และร่วมกันสร้าง “วัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของผู้อยู่อาศัยและการปกครองตนเอง” เดนมาร์กให้เงินสำหรับการย้ายออกไปจากพ่อแม่ และประกันเงินสนับสนุนเลี้ยงดูเด็กเด็กถ้วนหน้าสำหรับเด็กทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งเด็กอายุ 1 ขวบ เช่นเดียวกัน เนื่องด้วยความเข้มแข็งของสหภาพแรงงานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน


เดนมาร์กมีกฎหมายที่เป็นมิตรกับแรงงานและมาตราฐานการทำงานที่สร้างความสมดุลระหว่างการทำงานและการพักผ่อน (work-life balance) คนเดนนิชมีวันหยุด 5 สัปดาห์โดยได้รับเงินเดือน บวกกับวันหยุดนักขัตฤกษ์อีก 9 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีนโยบายระดับชาติว่าด้วยจากจ่ายเงินให้ลูกจ้างเมื่อลาป่วย เดนมาร์กมีเงินช่วนเหลือสำหรับคนตกงานและนโยบายเงินเดือนอุดหนุนสำหรับคนที่อยากทำงานแต่ต้องการตารางเวลาที่ยืดหยุ่น เนื่องด้วยสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เวลาการทำงานถูกกำหนดไว้ไม่เกิน 37 ชั่วโมง และคนเดนนิชมักจะเคร่งครัดกับหลักเวลานี้ มีเพียงร้อยละ 2 ของคนเดนนิชที่รายงานว่ามีเวลาทำงานที่นานมาก ๆ


การสำรวจของกลุ่มประเทศ OECD พบว่าเดนมาร์กเป็นอันดับ 4 ของประเทศที่คนใช้เวลาของพวกเขาไปกับการพักผ่อนและการดูแลตัวเอง สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มีผลอย่างมากต่อการได้รับประสบการณ์แห่งความสุข ความเชื่อใจ ความอุ่นใจ ความผูกพัน ความสงบทางใจ และแน่นอนว่าเมื่อความรู้สึกเหล่านี้ประกอบรวมกันมันจะกลายเป็นความรู้สึก “ฮุกกะ” ความเชื่อมโยงกันนี้สามารถอธิบายด้วยหลักการเพียงหลักการเดียวเท่านั้น คือเมื่อหนึ่งวันมีเวลาหลายชั่วโมง มันจะมีบางกิจกรรมที่ทำให้เรามีความสุข และบางกิจกรรมที่ทำให้เราไม่มีความสุข มากไปกว่านั้น ในประเทศที่มีความเป็นทุนนิยมสูงที่ชีวิตทางเศรษฐกิจของคนถูกกำหนดโดยการแข่งขันที่ดุเดือด และบทลงโทษจากความพ่ายแพ้คือความยากจน ประชาชนในประเทศมักจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับฮุกกะโดยสิ้นเชิง ตัวแบบของระบอบประชาธิปไตยสังคมนิยมเลือกที่จะเชื่อมั่นในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (Solidarity) อย่างการที่ฉันและเพื่อนบ้านล้วนจ่ายภาษีเพื่อที่พวกเราจะได้มีชีวิตที่สุขสบายเหมือนกัน พวกเราห่วงใยซึ่งกันและกันบนความเชื่อที่ว่าเราจะได้รับความห่วงใยจากผู้อื่น ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น (ไม่ใช่แข่งกับผู้อื่น) พวกเราทุกคนล้วนจะได้ในสิ่งที่เราต้องการ โครงการสวัสดิการสังคมถ้วนหน้าที่เกิดขึ้นจากรัฐสวัสดิการของเหล่าประเทศแสกนดิเนเวียจึงเป็นกลไกของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ที่สร้างความประทับใจให้ผู้คนเมื่อเพื่อนบ้านของพวกเขาไม่ใช้ศัตรูหรือคู่แข่งอีกต่อไป


แต่กลายเป็นคู่หูในการสร้างและรักษาระบบสังคม การขัดขากันและกันในระบบทุนนิยม-เสรีนิยมใหม่ได้สร้างความหวาดกลังและความจงเกลียดจงชังต่อกันและกัน ความรู้สึกทั้งสองนี้มักจะนำไปสู่การแบ่งแยกทางสังคมและปรากฎอยู่ในรูปแบบของการเหยียดผิว การเหยียดเพศ การเหยียดเชื้อชาติ และอื่นๆ แต่โดยทั่วไปแล้วมันก็ทำให้คนระแวงและต่อต้านสังคมจนเป็นปกติ ประชาชนที่อยู่ในประเทศประชาธิปไตยสังคมนิยมนั้นแทบจะไม่มีอคติระหว่างกันหรือเกลียดชังความเป็นมนุษย์เลย ในทางกลับกัน สังคมที่เหนียวแน่นของเขายังช่วยสร้างมิตรภาพ ความเชื่อใจ และความหวังดีมากกว่าระบบทุนนิยม และแน่นอนว่าคนเดนนิชเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่น่าไว้ใจที่สุดในโลก ทั้งในฐานะเพื่อนและคนแปลกหน้า บทความต้นทาง https://jacobinmag.com/2018/12/hygge-holidays-design-denmark-social-democracy-solidarity?fbclid=IwAR3jPvAVY1R2PnfEdI4ObzPqAGH7UpRCBfH398gx79hzJctDxYL0N7WBPW0 #รัฐสวัสดิการเป็นไปได้#รัฐสวัสดิการ

ดู 10 ครั้ง0 ความคิดเห็น