การหยุดงานของแรงในฐานะเครื่องมือการต่อรองกับอำนาจรัฐและทุน



ในสถานการณ์การเมืองประเทศไทยในปัจจุบันที่ยังมีความร้อนระอุอยู่ตลอดเวลา มีทั้งการประท้วงเกือบทุกสัปดาห์ การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอย่างดุเดือดจากพรรคฝ่ายค้าน รวมไปถึงสถานการณ์การเมืองประเทศใกล้เคียงอย่างประเทศเมียนมาร์ (พม่า) ที่เพิ่งมีการรัฐประหารโดยทหารไป จึงทำให้ประชาชนหลายคนต่างออกมาชุมนุมกันอย่างสันติ โดยทุก ๆ ครั้งในการประท้วงอย่างสันติจะมีหนึ่งคำถามเสมอมาว่า การประท้วงอย่างสันติของประชาชนจะสามารถชนะหรือต่อรองกับรัฐและนายทุนที่มีอำนาจมากล้นจะต้องใช้วิธีใด โดยหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด ง่ายที่สุด และเป็นสันติวิธีนั้นคือ การหยุดงาน


การหยุดงานเป็นเครื่องมือของแรงงาน กรรมาชีพที่ต่อรองกับอำนาจรัฐและนายทุนที่ดีที่สุด เรียบง่ายที่สุดและทรงพลังที่สุด เพราะตั้งแต่มีประวัติศาสตร์การประท้วงมา ถึงแม้รัฐและนายทุนจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเพียงใดก็สามารถถูกทำลายได้ด้วยพลังของมวลชนที่รวมตัวกัน การนัดหยุดงานจึงสามารถสะท้อนถึงพลังของมวลชนที่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม มีอุดมการณ์และเป้าหมายเดียวกัน มาจากประสบการณ์ความเจ็บปวดจากเศรษฐกิจร่วมกัน จึงทำให้มีความเหนียวแน่นในการขับเคลื่อนขบวนการมากขึ้น เพราะเรื่องปากท้องที่สะท้อนออกมาแม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ก็เป็นผลมาจากการบริหารนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล และนายทุนที่คอยเอาแต่กดขี่แรงงานและมุ่งแต่จะกอบโกยกำไรเป็นของตนเอง


ในหลายประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองแรงงานเข้มแข็งและสหภาพแรงงานเหนียวแน่น ต่างก็เป็นประเทศที่ผ่านการต่อสู้เพื่อให้ได้สิทธิ์นั้นมา และพร้อมจะต่อต้านเมื่อมีใครที่ต้องการจะพรากสิ่งนี้ไปจากเขา บางประเทศได้ให้ความสำคัญกับสิทธิการหยุดงาน อย่างประเทศฝรั่งเศสที่มีสิทธิการนัดหยุดงาน ที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ขณะที่บางประเทศอย่าง ประเทศอังกฤษและประเทศเยอรมัน ไม่ได้มีการบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แต่มีการเทียบเคียงจากตัวบทบัญญัติและกฎหมายใกล้เคียงแทน

ประเทศที่ใช้การนัดหยุดงานเป็นเครื่องมือต่อรองอำนาจกับรัฐและนายทุนที่จะนำมายกตัวอย่างได้แก่ ฟินแลนด์ และเกาหลีใต้ ฟินแลนด์ – มีการนัดหยุดงานทั่วไปทั้งประเทศ ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1956 โดยในการประท้วงครั้งนี้มีชาวฟินแลนด์ร่วมประท้วงถึง 4 แสนคนเพื่อประท้วงมาตรการควบคุมราคาสินค้าหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปีค.ศ. 1955 ทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการจำนวนมากเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ค่าครองชีพของชาวฟินแลนด์เพิ่มขึ้น 7% ภายในระยะเวลา 2 เดือน ในช่วงเวลาของการหยุดงาน เป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้ประท้วง เพราะกองทุนของผู้ประท้วงมีไม่ได้งบประมาณมากพอ เงินส่วนนี้จึงถูกแบ่งสรรให้แก่ผู้ที่จำเป็นมากที่สุด


การหยุดงานทั่วไปสิ้นสุดในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1956 ประชาชนได้รับชัยชนะ ค่าแรงงานขั้นต่ำของแรงงานวัยผู้ใหญ่ได้เพิ่มขึ้นถึง 12 Marks ต่อชั่วโมง (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6-10) และค่าแรงงานขั้นต่ำของแรงงานผู้เป็นเยาวชนได้เพิ่มขึ้น 8 Marks ต่อชั่วโมง รวมไปถึงการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำรายสัปดาห์ และรายเดือนอีกด้วย และยังทำให้เกิดข้อเรียกร้องอื่น ๆ จนนำไปสู่รัฐสวัสดิการได้สำเร็จเกาหลีใต้ – หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เกาหลีใต้ถูกครอบงำโดยรัฐบาลทหารเป็นระยะเวลายาวนาน รัฐบาลพลเรือนอยู่ได้เพียงระยะหนึ่งก็โดนทหารรัฐประหาร ในช่วงเวลานี้ที่นักศึกษาได้ออกมาร่วมประท้วงกับแรงงานและกรรมกรต่าง ๆ เพราะขณะนั้น เกาหลีใต้ไม่มีการคุ้มครองแรงงาน คนงานต้องพักอาศัยอยู่ในพื้นที่แคบแออัดยัดกัน ถูกใช้งานวันละ 12-16 ชั่วโมง จนมี ชุน เต-อิล คนงานที่ทำงานในโรงงานนรกนี้ ได้เผาตัวตายประท้วงความโหดร้ายป่าเถื่อนของอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า ทำให้สังคมเกาหลีได้ตื่นรู้ถึงความเย็นชาและความโหดร้าย และลุกขึ้นมาปลดแอกตัวเอง จนเกิดการประท้วงและการตั้งสหภาพแรงงานที่เกาหลีใต้ที่มีความเข้มแข็งและทรงพลังขึ้นมา มีการประสานพลังร่วมด้วยกับนักศึกษาและกรรมาชีพ ทำให้ในปีค.ศ. 1987 คนในอุตสาหกรรมการผลิตกว่า 20% เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน และขณะเดียวกันก็สามารถจัดตั้งสหภาพในทุกกิจการของเครือฮุนได และอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นผลให้เกิดการนัดหยุดงานเพื่อเรียกร้องให้นายจ้างที่กดค่าแรงงานและสวัสดิการต่าง ๆ ต้องยอมเจรจากับสหภาพแรงงาน และทำข้อตกลงสหภาพ ส่งผลให้เกิดการก้าวกระโดดในด้านคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของชนชั้นกรรรมาชีพในเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก



ในส่วนของประเทศไทย มีการนัดหยุดงานครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งก็คือการนัดหยุดงานของคนงานรถไฟในปีพ.ศ. 2465 ที่เป็นผลมาจากการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมของนายตรวจชาวจีน และความไม่พอใจของแรงงานต่อสภาพการจ้างงานของบริษัท ที่มีชั่วโมงการทำงานยาวนาน ไม่มีการจัดการเวลาพักที่แน่นอน แม้ว่าการนัดหยุดงานครั้งนี้จะไม่ใช่การนัดหยุดงานครั้งแรกของไทย แต่ก็เป็นการทำให้เกิดการรวมตัวของแรงงานขึ้นมากลายเป็น สมาคมคนงาน ใน พ.ศ. 2475 ซึ่งถือเป็นองค์กรแรกของแรงงานที่มีการรวมตัวกัน และในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนั้น ก็จัดตั้งเป็น สมาคมคนงานรถรางแห่งสยาม พร้อมทำให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างแรงงานและปัญญาชนนักหนังสือพิมพ์ และในส่วนปี พ.ศ. 2516 ที่เป็นช่วงประชาธิปไตยผลิบาน ได้เริ่มมีการนัดหยุดงานกันมากขึ้นเนื่องจากการยกเลิกกฎหมายแรงงาน พ.ศ.2499 ประกอบกับค่าแรงงานต่ำ ไม่มีหลักประกันด้านสวัสดิการและชีวิตการทำงาน โดยรัฐบาลเองก็มีนโยบาลผ่อนปรนโดยให้ค่าแรงขั้นต่ำต่อวัน 12 บาท แต่ก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะยังมีโรงงานอีกมากมายที่ยังจ่ายค่าแรงขั้นต่ำกว่ากฎหมาย จนทำให้เกิดการนัดหยุดงานขึ้น โดยในช่วงระยะเวลาตั้งปี พ.ศ.2516-2519 มีการนัดหยุดงานถึงห้าร้อยกว่าครั้ง จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ที่ทำให้สิทธิของประชาชนถูกลิดรอน การคุมคามถึงชีวิตทำให้นักศึกษา ประชาชนและแรงงานต้องหลบหนีเข้าป่า และทำให้ขบวนการแรงงานที่เปราะบางอยู่แล้วยิ่งแตกสลาย


จนกระทั่งในปัจจุบันเริ่มมีกระแสการพูดถึงการนัดหยุดงานทั่วทั้งประเทศเพื่อนำมาเป็นเครื่องมือต่อรองกับรัฐและนายทุน แต่จะทำด้วยวิธีการใด เพราะในไทยที่ถูกรัฐและนายทุนแทรกแซงจนสหภาพแรงงานอ่อนแอ มีการใช้กฎหมายมากดทับให้เกิดการนัดหยุดงานยากขึ้น จึงดูเหมือนเป็นเรื่องยากที่จะทำ แต่ก็สามารถทำได้ โดยต้องมีการจัดตั้งสหภาพแรงงานอย่างเป็นระบบ เพราะลำพังการปราศรัยและประกาศผ่านสื่อออนไลน์ยังไม่เพียงพอต่อการนัดหยุดงาน รวมไปถึงต้องปลูกฝังจิตสำนึกของแรงงานด้วยกัน และกระตุ้นว่า

ระบบอำนาจและทุนนิยมเป็นสิ่งที่เราสามารถต่อสู้ได้ เพราะไม่มีสิ่งใดที่ได้มาโดยการไม่สู้ ขึ้นอยู่กับว่าเราสู้ด้วยวิธีการอะไร




อ้างอิง

Antero Raevuori (2560). Vuoden 1956 suurlakko oli suistaa Suomen kaaokseen – Poliisien konepistoolit olivat jo tulivalmiina สืบค้นเมื่อ 25 กุมภาพันธ์. 2564. จาก

https://seura.fi/ilmiot/historia/vuoden-1956-suurlakko-suistaa-suomen-kaaokseen-poliisien-konepistoolit-jo-tulivalmiina/


จรรยา ยิ้มประเสริฐ (2554). ไม้ขีดไฟก้านเดียวที่เปลี่ยนสังคมเกาหลี ชีวประวัติของ ชุน เด-อิล.

(พิมพ์ครั้งที่ 2). เกาหลีใต้ สืบค้นเมื่อ 25 กุมภาพันธ์. 2564 จาก

https://www.scribd.com/document/46565068/ไม-ขีดก-านเดียวที-เปลี-ยนสังคมเกาหลี#download


ดู 75 ครั้ง0 ความคิดเห็น