หลักการและเหตุผล

จากเงื่อนไขการขยายตัวของลัทธิเสรีนิยมใหม่ ได้ก่อให้เกิดการขูดรีดแบบล้นเกิน  การสร้างระบบ Workfare เพื่อให้ปัจเจกชนรับผิดชอบชีวิตตัวเอง การขยายตัวของกลุ่มทุนการเงินและการบริการในรูปแบบทุนข้ามชาติได้ทำให้ สินค้าและบริการต่างๆที่พึงเป็นสิทธิของมนุษย์ภายใต้ระบบประชาธิปไตยสมัยใหม่ กลายเป็นสิ่งที่ปัจเจกชนต้องรับผิดชอบเอง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การรักษาพยาบาล เงินหลักประกันบำนาญต่างๆ กลับถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นสินค้า ราคาสูง และต้องทำงานหนักเพื่อให้ได้มันมา แต่ในทางตรงกันข้ามภายใต้ตรรกะการแข่งขันแบบเสรีกลับสร้างเงื่อนไขการผูกขาดและข้อยกเว้นสำหรับคน 1% ที่เป็นผู้กำหนดเงื่อนไขความสัมพันธ์เชิงอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมือง


โลกที่ไม่มีทางเลือก (There is No Alternative-TINA) เป็นคำที่ถูกพูดถึงตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อศูนย์กลางทุนนิยมโลกเริ่มปรับตัวเข้าสู่ความสัมพันธ์แบบเสรีนิยมใหม่ วิกฤติเศรษฐกิจถูกกล่าวหาว่าเป็นความรับผิดชอบของตัวแบบรัฐสวัสดิการ ที่ไม่สามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาการว่างงานได้ รัฐบาลอนุรักษ์นิยมทั่วโลกมุ่งทำลายรัฐสวัสดิการ และสร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่ไม่มีการคุ้มกันทางสังคม อย่างใน จีน รัสเซีย บราซิล และ อินเดีย ในทศวรรษ 1990 พรรคแนวทางที่สาม สถาปนานโยบายแบบใหม่ขึ้นภายใต้พรรคการเมืองฝ่ายซ้ายเดิมอย่าง พรรคแรงงานอังกฤษ พรรคสังคมนิยมฝรั่งเศส หรือพรรคเดโมแครตในสหรัฐอเมริกา โดยพยายามทำลายความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้สวัสดิการเป็นเพียงแค่การเก็บตก อาสาสมัคร และใช้กลไกตลาดเข้ามาบริหารจัดการ สิ่งที่เกิดขึ้นในระยะยาวคือ ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสูงขึ้น คนเข้าถึงน้อยลง และคุณภาพสวัสดิการแย่ลง


ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 มีคำอธิบายจากนักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งอธิบายว่าระบบรัฐสวัสดิการ  โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศนอร์ดิกว่ากำลังล่มสลาย รัฐสวัสดิการจะมาถึงที่สิ้นสุด แต่ตลอดเวลาเกือบสามสิบปีพิสูจน์ให้เห็นว่า รัฐสวัสดิการในกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่มีการดูแลมนุษย์อย่างถ้วนหน้าและครบวงจร ยังคงเข้มแข็งไม่มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ และยังคงมีความก้าวหน้าทางสังคมและการเมืองอย่างต่อเนื่อง


ศูนย์วิจัยนี้จึงมุ่งสถาปนานความเป็นไปได้ชุดใหม่แก่การสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อก้าวพ้นมายาคติเศรษฐสามัญของนักเศรษฐศาสตร์เสรีนิยมใหม่ โดยชี้ให้เห็นว่า รัฐสวัสดิการแบบถ้วนหน้าครบวงจรสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ในโลก ภายใต้การต่อสู้ขับเคลื่อนสู่ความเป็นประชาธิปไตยทางการเมืองและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งการนำเสนอชุดความรู้ด้านการจัดการรัฐสวัสดิการในกลุ่มประเทศต่างๆ เพื่อนำสู่ความก้าวหน้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การเมืองที่เป็นประชาธิปไตย และสังคมที่โอบอุ้มระหว่างกัน