ห้องสมุดสังคมนิยม

แหล่งข้อมูลรัฐสวัสดิการสู่การเรียนรู้ที่เท่าเทียมและเป็นธรรม พร้อมอัพเดทอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย

สร้างรัฐสวัสดิการจำเป็นต้องตัดเงินเดือนข้าราชการไหม?


คำถามนี้เป็นคำถามที่ถูกถามกันมาตลอดว่า เมื่อราชการไทยใหญ่เทอะทะ ใช้งบประมาณมหาศาล ข้าราชการมีสวัสดิการที่ดีกว่าประชาชนทั่วไปมาก และสวัสดิการเหล่านี้ทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีความสุขสบายในชีวิต ในขณะที่ประชาชนทั่วไปต้องทนทุกข์กับความยากลำบากในชีวิต จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า ดังนั้นเพื่อสร้างรัฐสวัสดิการในสังคมไทยเราต้องตัดเงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการแล้วนำมางบประมาณส่วนดังกล่าวมาดูแลประชาชน

จากถามคำดังกล่าวจึงจะขอยกคำตอบที่น่าสนใจมาก ๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้ในเสวนาออนไลน์ของเฟสบุ๊กเพจ ศูนย์วิจัยรัฐสวัสดิการในหัวข้อ การรับมือ Covid-19 ฉบับสังคมนิยม โดยคำตอบที่เราจะมานำเสนอเป็นคำตอบของอาจารย์ใจ อึ้งภากรณ์ และอาจารย์ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

อาจารย์ใจกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ”ผมคิดว่าในเรื่องนี้ ประชาชนคนจน ไม่ควรจะแย่งเงินกัน เพราะ ข้าราชการเองเป็นแค่ลูกจ้างในระบบรัฐ เขาไม่ได้มีอภิสิทธิ์อะไรมากมาย บางทีเราไปทำเรื่องทางราชการ เราอาจจะเจอข้าราชการที่พยายามเบ่งอำนาจใส่เรา แต่ในภาพรวมข้าราชการในประเทศไทยก็เป็นเพียงแค่ลูกจ้างชนิดหนึ่ง แล้วถ้าเราไปบอกว่าคนแบบนั้นควรไปถูกลด เพื่อให้คนอื่นมีเงินเยียวยา เรากำลังมองข้ามความเหลื่อมล้ำหลักในสังคม ความเหลื่อมล้ำหลักก็คือว่าคนรวยมหาศาล คนรวยที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินเกิน 50 เปอร์เซ็นในสังคมไทย มีจำนวนน้อยและไม่ใช่ข้าราชการด้วย พวกนั้นแหละควรจะโดนลดเงินเดือน ควรจะถูกเก็บภาษีให้มากที่สุด ฉะนั้นผมไม่อยากเห็นการไปมองเพื่อนกรรมาชีพ ด้วยกันเองในลักษณะแบบนั้น”

ในขณะที่อาจารย์ษัษฐรัมย์ ก็ให้มุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า “มันก็จะมีข้าราชการที่เป็นคล้าย ๆ คนที่ทำงานที่เผชิญหน้ากับประชาชน ที่คอยบริการประชาชน แต่ว่าก็จะมีข้าราชการกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจะเป็นกลไกลการปราบปราม ทั้งปราบปรามในเชิงกายภาพและการปราบปรามในเชิงอุดมการณ์ ซึ่งถ้าเราจะพูดถึงการที่จะตัดงบพวกนี้มันก็จะมีส่วนที่เราน่าขบคิดเหมือนกันอย่างเช่น เรามีนายพลอยู่หนึ่งพันคน ซึ่งประเทศไทยมีนายพลอยู่หนึ่งพันคน ตอนนี้น่าจะพันกว่าแล้ว เพราะมันเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งมันไม่ใช่ประเทศที่มีสงคราม เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีนายพลเยอะขนาดนี้ และนายพลคนหนึ่งค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงนายพลคนหนึ่งก็เยอะ ในขณะเดียวกันถ้าเรานึกถึงเรื่องวิกฤติโควิดอะไรต่าง ๆ ถ้ามีวัคซีนมาและเราจ าเป็นต้องมีวัคซีนอะไรต่าง ๆ เจ้าหน้าที่พยาบาล ก็ทุกวันนี้พยาบาลส่วนมากก็ยังคงเป็นการเหมาค่าแรง ถูก Out source ทำงานวันนึง 15-16 ชั่วโมง ผมคิดว่าในเชิงโครงสร้าง มันอาจจะต้องมีส่วนที่เราจ าเป็นจะต้องปรับส่วนนี้เรายังไม่นับรวมพวก ส.ว. ซึ่ง พวกนี้เงินเดือนเยอะมากเลยผู้ช่วย ส.ว. รวมกันอีก 8 คน เบ็ดเสร็จ ส.ว.คนหนึ่งรวมกันสองแสนห้า ถามว่าโอเคเขาอาจจะไม่ได้รวมจนแบบเศรษฐี หรือว่าเป็นระดับหนึ่งเปอร์เซ็นต์พวกนี้ก็ต้องโดนเก็บภาษีเยอะอยู่แล้ว แต่ว่าในทางโครงสร้างผมก็คิดว่าเป็นส่วนที่เราอาจจะต้องตั้งคำถามว่า เรามีนายพลเยอะขนาดนี้ แต่เราขาดแคลนพยาบาล ก็อาจจะเป็นเรื่องการจัดสรรทรัพยากรที่เราอาจจะจำเป็นต้องขบคิดเหมือนกัน แต่ว่าสำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อย พนักงานเหมาค่าแรงอะไรต่าง ๆ ที่เราเห็น และอาจจะเป็นคนที่ปะทะกับเรา เผชิญหน้ากับเรา ก็เป็นอย่างที่อาจารย์ใจว่าก็คือ ชนชั้นกรรมาชีพเหมือนกัน เงินเดือน 20,000-30,000 อะไรประมาณนี้ก็ยังต้องแบกรับความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน”




ต้องเป็นประเทศมั่งคั่งก่อนไหมถึงจะเป็นรัฐสวัสดิการได้?


คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็ว่าได้ ประเทศจะต้องเป็นประเทศที่มั่งคั่งร่ำรวยก่อนหรือไม่ ถึงจะสามารถทำให้ประเทศเป็นรัฐสวัสดิการได้ หลายคนอาจจะมีความคิดว่าประเทศที่สามารถจัดรัฐสวัสดิการอย่างประเทศนอร์ดิก เหตุผลเพราะว่าประเทศเขามั่งคั่ง ประชากรน้อย จะจึงจะขอตอบคำถามดังกล่าว่า

จากงานวิจัยกระบวนการประยุกต์ใช้ตัวแบบสวัสดิการแบบนอร์ดิกในประเทศรายได้ต่ำโดยสัมพัทธ์: กรณีศึกษาการปรับใช้รัฐสวัสดิการตัวแบบนอร์ดิกในประเทศไทย ได้ชี้ให้เห็นว่าความจริงแล้วจุดเริ่มต้นของการของเกิดขึ้นของรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ไม่ได้เกิดจากการเป็นประเทศที่ร่ำรวย หากแต่ว่าจุดเริ่มต้นคือการต่อสู้ทางการเมือง ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทางและความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ




จริงหรือไม่ที่รัฐสวัสดิการทำให้คนขี้เกียจ?


"รัฐสวัสดิการดูแลประชาชนโดยไม่ต้องทำงานทำให้คนขี้เกียจงอมืองอเท้าเศรษฐกิจพัง"


นโยบายรัฐสวัสดิการที่ปรากฏในโลกไม่มีที่ใดที่เอาเงินมาแจกประชาชนจนเป็นเศรษฐี แต่เป็นนโยบายที่ดูแลปัจจัยพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนสามารถทำมาหากินได้อย่างไม่กังวล เช่นเมื่อเราเจ็บป่วยจะได้ไม่ล้มละลาย เมื่อลูกหลานเราอยากเรียนหนังสือเราไม่ต้องนำเงินเก็บทั้งชีวิตมาเสียสละ เมื่อคนทำงานได้ดีก็จะทำให้เศรษฐกิจดีด้วย เงินช่วยเหลือระหว่างการว่างงานในประเทศรัฐสวัสดิการแม้จะมากกว่าของไทยหลายเท่า แต่มนุษย์ทั่วไปก็อยากมีงานทำเพราะได้รายได้เยอะกว่ามีอิสระและศักดิ์ศรีมากกว่า

นอกจากนี้เมื่อคนไม่ต้องทำงานปากกัดตีนถีบก็มีเวลาใช้ชีวิต ในประเทศเดนมาร์คคนทำงานเฉลี่ยเพียงสัปดาห์ละ 34 ชั่วโมง หรือประมาณ 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ไม่ใช่เพราะพวกเขาขี้เกียจ เพราะพวกเขาไม่ต้องกังวลกับการหาเงิน และมีเวลาทำอย่างอื่นเพื่อสนองความสุขของตัวเอง




รัฐสวัสดิการต้องเก็บภาษีปริมาณสูงทำให้ต่างชาติไม่มาลงทุนและเศรษฐกิจจะพัง?


แม้ว่าบรรษัทข้ามชาติส่วนมากจะต้องการกำไรสูงสุดจากการลงทุน แต่การลงทุนก็ไม่ได้ถูกคำนวณผ่านต้นทุนทางบัญชีอย่างเดียว มีโครงสร้างต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เมื่อดูข้อมูลทางสถิติต่างประเทศอย่าง เบลเยี่ยม เยอรมัน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส ล้วนเป็นประเทศที่มีการเก็บภาษีในอัตราที่สูง แต่มีการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) สูงเช่นเดียวกัน การตัดสินใจลงทุนจึงเกี่ยวข้องกับเรื่องคุณภาพของแรงงาน โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสิ่งนี้ต้องเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องลงทุนในประชาชน




รัฐสวัสดิการทำให้เศรษฐกิจประเทศเปราะบาง และไม่ใช่ทุกประเทศที่พร้อมสำหรับการมีรัฐสวัสดิการ?


ในเรื่องนี้เราต้องพูดถึงเรื่องต้นทุนในการจัดให้มีรัฐสวัสดิการ สำหรับประเทศไทยถ้าหากเราเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าเพื่อสร้างรัฐสวัสดิการ สิ่งนี้จะกระทบคนรวยเพียง 0.04% ของประเทศเท่านั้น แต่เพิ่มรายได้ของรัฐได้มากถึง 5% และในส่วนของความเปราะบางทางเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่งพยายามปฏิเสธรัฐสวัสดิการด้วยเหตุผลว่ามันมีค่าใช้จ่ายเยอะและเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไม่มั่นคงและล้มละลาย การกล่าวเช่นนี้เป็นการเลือกกล่าวด้านเดียว เพราะวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกมีมูลเหตุพื้นฐานจากการที่อัตรากำไรลดลง หรือกำไรของคนรวยในสังคมน้อยลงนั่นเอง พวกเขามักหาแพะรับบาป เช่นบอกว่า ค่าแรงสูงเกินไป สวัสดิการมากเกินไป เพื่อรักษากำไรของพวกเขาให้มากที่สุด แต่มิได้มองเห็นถึงการพัฒนาระยะยาวว่าเกิดจากการเพิ่มมูลค่าของมนุษย์ ภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจช่วงทศวรรษ 1990 สหรัฐอเมริกาพยายามผลักดันให้ยกเลิกแนวทางสวัสดิการต่างๆในประเทศโลกที่สาม ด้วยการแทรกแซงทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง เช่นใน อาร์เจนตินา เม็กซิโก เวเนซูเอลา และเมื่อเศรษฐกิจพังพวกเขาก็โยนความผิดให้นโยบายรัฐสวัสดิการ ในขณะที่กลุ่มประเทศรัฐสวัสดิการอย่าง สวีเดน และเดนมาร์ก เพิ่มงบประมาณสวัสดิการเข้าไปซึ่งทำให้เกิดแรงงานคุณภาพ เศรษฐกิจที่สร้างสรรค์ และพ้นจากวิกฤติได้




รัฐสวัสดิการ ทำให้เกิดคอรัปชั่น?


การเกิดรัฐสวัสดิการ (การดูแลแบบถ้วนหน้าครบวงจร ) ต้องมาคู่กับการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นพื้นฐานมิเช่นนั้นมันก็จะเป็นแค่ ระบบ “สังคมสงเคราะห์” ที่คนรวยบริจาคให้คนจน รัฐสวัสดิการจะเป็นการทำให้ประชาธิปไตยมีความหมายที่สมบูรณ์คือ เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง เพราะทำให้ประชาชนมีอำนาจต่อรองทั้งต่อพรรคการเมือง กลุ่มทุน และอำนาจรัฐ ดังนั้นการคอร์รัปชันจึงไม่เกี่ยวกับว่ารัฐมีนโยบายอย่างไร แต่เกิดจากการที่ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบ และการตรวจสอบก็ไม่ได้เกิดจากการออกแบบสถาบันทางการเมืองให้มีความสลับซับซ้อน แต่เกิดจากการที่ประชาชนตระหนักว่าตัวเองมีอำนาจทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ถ้าประชาชนถูกทิ้งให้ดิ้นรนปากกัดตีนถีบยิ่งจะเป็นเงื่อนไขให้เกิดการคอร์รัปชัน เพราะไม่มีใครสามารถตรวจสอบอำนาจรัฐได้เลย จากสถิติพบว่าประเทศรัฐสวัสดิการที่มีเจ้าหน้าที่และนโยบายภาครัฐมากมาย แต่ประชาชนมีอำนาจตรวจสอบ ล้วนมีดัชนีการคอรัปชันต่ำสุด เช่น เดนมาร์ก ฟินแลนด์ สวีเดน นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์





Contact

Address

อาคารวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

เลขที่ 2 ถนนพระจันทร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

  • Facebook

หัวหน้าฝ่ายสารสนเทศ   (ยามารุดดิน ทรงศิริ)     098-010-4574

หัวหน้าฝ่ายพัฒนาระบบ (ณปกรณ์ ภูธรรมะ)         094-530-1548


welfarestateandjustice@gmail.com

 

ศูนย์วิจัยรัฐสวัสดิการ